มอ.วิชาการ '60

 


 

รายงานผู้บริจาคเงินสนับสนุนภาควิชาฯ

1 ศิษย์เก่าเครื่องกล รุ่นที่ 32
   จำนวน 10,000 บาท
2 ศิษย์เก่าคณะวิศวฯ รุ่นที่ 32
   จำนวน 2,000 บาท
3 คุณนพดล กาญจนนิศากร
   จำนวน 1,000 บาท
4 คุณโชคชัย แซ่เฮง รุ่นที่ 24
   จำนวน 10,000 บาท
5 ศิษย์เก่าคณะวิศวฯ รุ่นที่ 23
   จำนวน 34,444 บาท
6 ศิษย์เก่าคณะวิศวฯ รุ่นที่ 19
   จำนวน 10,000 บาท
7 คุณวรวิทย์ พงษ์จีน รุ่นที่ 23
   จำนวน 5,000 บาท
8 คุณสมชาย นิติกาญจนา บ.S.P.M อาหารสัตว์ จำกัด
   จำนวน 30,000 บาท
9 ศิษย์เก่า รุ่น 30
   จำนวน 39,000 บาท
10 ดร.วรพล วทัญญุตา รุ่น 15
   จำนวน 5,000 บาท
11 คุณวิทยา ไตรสารวัฒนะ รุ่น 15
   จำนวน 1,000 บาท
12 คุณวัชรชาญ สิริสุวรรณทัศน์ รุ่น 15
   จำนวน 15,000 บาท
13 คุณชาลี มีรุ่งเรือง รุ่น 15
   จำนวน 2,000 บาท
14 คุณชัยณรงค์ กิจส่งเสริมกุล รุ่น 15
   จำนวน 3,000 บาท
15 คุณไพสิทธิ์ วัฒนาวิทวัส รุ่น 6
   จำนวน 5,000 บาท
16 คุณพงศ์ศักดิ์ ผลพฤกษ์ รุ่น 6
   จำนวน 1,000 บาท
17 คุณไกรฤกษ์ เหมะรัต รุ่น 2
   จำนวน 5,000 บาท
18 คุณนิพนธ์ ยิ้มวัน รุ่น 6
   จำนวน 1,000 บาท
19 คุณกิตติ กิตติชนม์ธวัช รุ่น 15
   จำนวน 10,000 บาท
20 กองทุนศิษย์เก่าฯ รุ่นที่ 11
   จำนวน 11,000 บาท
21 คุณเอกชัย ฉายศิริพันธ์ รุ่น 11
   จำนวน 20,000 บาท
22 คุณอาทิตย์ กริขพิพรรธ รุ่น 21
   จำนวน 5,000 บาท
23 คุณปิยะลักษณ์ ศุกลรัตน์ รุ่น 21
   จำนวน 10,000 บาท
24 คุณอธิวัตร มุ่งเจียกกลาง รุ่น 21
   จำนวน 3,000 บาท
25 คุณสิทธิศักดิ์ ผาณิตพจมาน รุ่น 21
   จำนวน 5,000 บาท
26 คุณสิทธิศักดิ์ รุ่น 21 บ.จีนอส เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
   จำนวน 15,000 บาท
27 คุณดุสิต ศุทธกิจ รุ่น 21
   จำนวน 5,000 บาท
28 คุณธรรมรัตน์ ดวงทิพย์ รุ่น 21
   จำนวน 5,000 บาท
29 คุณวีระ ลิ่มจิรขจร รุ่น 21
   จำนวน 8,000 บาท
30 คุณชัยยุทธ ไพฑูรย์ รุ่น 21
   จำนวน 5,000 บาท
31 คุณวีระพงศ์ สิรินิลกุล ว.ไชยาวิศวกรรม
   จำนวน 30,000 บาท
32 ศิษย์เก่าวิศวกรรมเครื่องกล รุ่น 17
   จำนวน 50,000 บาท
33 ชมรมศิษย์เก่า ม.อ. ลำปาง
   จำนวน 20,000 บาท
34 ศิษย์เก่า รุ่น 13
   จำนวน 39,000 บาท
35 ศิษย์เก่า รุ่นที่ 13
   จำนวน 3,000 บาท
36 ศิษย์เก่า รุ่น 20
   จำนวน 45,000 บาท
37 คุณอธิสิทธิ์ ทรัพย์มีถาวร รุ่น 22 บ.ฟาสเทค
   จำนวน 5,000 บาท
38 ศิษย์เก่า รุ่น 1
   จำนวน 16,000 บาท
39 คุณฐานิทธิ์ กาลัญกุล รุ่น 4
   จำนวน 5,000 บาท
40 ศิษย์เก่า รุ่น 22
   จำนวน 30,000 บาท
41 ศิษย์เก่า รุ่น 14
   จำนวน 43,000 บาท
42 ศิษย์เก่าวิศวกรรมเครื่องกล รุ่น 34
   จำนวน 13,000 บาท
43 ศิษย์เก่า รุ่น 16
   จำนวน 25,700 บาท
รวมรายรับปัจจุบัน 606,144 บาท

วิศวกรรมเครื่องกล

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

จำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday98
mod_vvisit_counterYesterday215
mod_vvisit_counterThis week1166
mod_vvisit_counterThis month3686
mod_vvisit_counterAll766321

ข้อมูลทั่วไป

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

ความเป็นมาของภาควิชา

วิศวกรรมเครื่องกลเป็นสาขาวิชา ที่เก่าแก่และมีขอบเขตกว้างขวางสาขาหนึ่งที่ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับของ แข็ง ของเหลว ก๊าซ ความร้อน และกลไก เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ใน ระบบต่าง ๆ เช่น เครื่องจักรกล และเครื่องยนต์กลไก ระบบการผลิตงานและพลังงาน การใช้และการเปลี่ยนรูปพลังงาน การทำความเย็น และปรับอากาศ เป็นต้น บทบาท ของวิศวกรรม เครื่องกลเริ่มมีความสำคัญมากขึ้น หลังจากนายเจมส์ วัตต์ได้คิดประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของยุคการขนส่งทางรถไฟ

โดยพื้นฐานแล้ว วิศวกรรมเครื่องกลเป็นสาขาที่ประยุกต์ใช้หลักการทางฟิสิกส์ด้านกลศาสตร์และ ความร้อน ด้านกลศาสตร์แบ่งออกเป็นกลศาสตร์ของแข็งและกลศาสตร์ของไหล โดยกลศาสตร์ของแข็งเป็นการศึกษาเกี่ยวกับแรง การเคลื่อนที่และพลังงานของชิ้นส่วนกลไกต่าง ๆ รวมทั้งคุณสมบัติเชิงกลของวัสดุที่ใช้ทำกลไก ในขณะที่กลศาสตร์ของไหลเป็น การศึกษาเกี่ยวกับแรง การเคลื่อนที่และพลังงานของของเหลวและของก๊าซ ในด้านความร้อนเป็นพื้นฐานของการศึกษาเกี่ยวกับพลังงานในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการผลิต การเก็บ การเคลื่อนย้ายและการเปลี่ยนรูปพลังงาน ทฤษฎีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องข้างต้นจะถูกประมวลอย่างเป็นระบบเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และออก แบบระบบต่าง ๆ ตั้งแต่ระบบ ขนาดย่อม เช่น นาฬิกา จักรยาน พัดลม เครื่องสูบน้ำ หรือระบบขนาดกลาง เช่น เครื่องปรับอากาศ รถยนต์ เครื่องจักรกลต่าง ๆ จนถึงระบบขนาดใหญ่ เช่น เครื่องบิน ระบบผลิตไฟฟ้าแบบต่าง ๆ เรือเดินสมุทร ฯลฯ

งานทางด้านวิศวกรรมเครื่องกลส่วน ใหญ่จึงเป็นงานทางด้านการออกแบบชิ้นส่วนเครื่องจักรกลต่างๆ ระบบปรับอากาศ อุปกรณ์ที่ใช้พลังงาน เครื่องกังหันก๊าซของโรงจักร ผลิตไฟฟ้า เครื่องจักรกลด้านการเกษตร ระบบควบคุม อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น หัวใจเทียม อุปกรณ์วัดละเอียด และเครื่องจักรกลของไหล เช่น ปั๊ม จะเห็นได้ว่าขอบเขตงาน ทางด้านวิศวกรรมเครื่องกลกว้างมากและมีความจำเป็นในโรงงานอุตสาหกรรมและ หน่วยงานที่มีการใช้เครื่องจักรกลหรือ
ระบบดังกล่าวข้างต้น

โดยภาพรวมแล้ว วิศวกรรมเครื่องกลเป็นสาขาหนึ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายต้องใช้วิศวกรเครื่องกลในการออก แบบ ติดตั้ง ควบคุมดูแล และบำรุงรักษาเครื่องจักรและกระบวนการผลิตต่างๆ

แนะนำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล

* ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลเปิดการสอนพร้อมกับการก่อตั้งมหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ ตั้งแต่ปี พ. ศ. 2510 เริ่มแรกใช้อาคารเก่าคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นอาคารเรียนชั่วคราว ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่ตึกสตางค์ มงคลสุข คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในปี พ. ศ. 2514 ถึงปัจจุบัน
* ปัจจุบันภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลเปิดสอนทั้งหมด 3 หลักสูตร คือ ปริญญาตรีสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล ปริญญาตรีสาขาวิชาวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์ และปริญญาโท สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล โดยหลักสูตรวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์เป็นหลักสูตรที่ได้รับความร่วมมือจากภาค วิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ นอกจากห้องปฏิบัติการแล้ว ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ยังได้จัดให้มีเครื่องจักรกลและพื้นที่ส่วนหนึ่ง สำหรับให้นักศึกษาใช้ในการทำโครงงานอย่างเพียงพอ
* ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลได้เปิดสอนมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปี นับได้ว่าเป็นภาควิชาที่เก่าแก่ภาคหนึ่งในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรที่เข้มแข็งเพียงพอที่จะสร้างบัณฑิตวิศวกรรมเครื่องกลที่มีคุณภาพ


หลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล (ปริญญาตรี)

ปัจจุบัน ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลเปิดสอนตามหลักสูตรปรับปรุง พ. ศ. 2546 ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นการสร้างบัณฑิตวิศวกรรมเครื่องกลให้มีความรู้ พื้นฐานแน่น สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างลึกซึ้ง

หลัก สูตรวิศวกรรมเครื่องกลมีทั้งหมด 143 หน่วยกิต ประกอบด้วย รายวิชาในหมวดการศึกษาทั่วไป 33 หน่วยกิต รายวิชาเฉพาะทางวิศวกรรมศาสตร์ 104 หน่วยกิต รายวิชาเลือกเสรี 6 หน่วยกิต และต้องผ่านการฝึกงานในโรงงานอุตสาห - กรรม อย่างน้อย 240 ชม . รายวิชาเฉพาะทางวิศวกรรมเครื่องกล อาจจัดแบ่งออกเป็น 2 หมวดใหญ่ ๆ ดังนี้คือ

* วิชาพื้นฐานหลัก : กลศาสตร์ (สถิตยศาสตร์ และพลศาสตร์) กลศาสตร์ของไหล กลศาสตร์ของแข็ง อุณหพลศาสตร์
* วิชาชีพ : ระบบควบคุมอัตโนมัติ การออกแบบเครื่องกล การสั่นสะเทือนเชิงกล กลศาสตร์เครื่องจักรกล กำลังของไหล วิศวกรรมยานยนต์ การถ่ายเทความร้อน วิศวกรรมโรงจักร การทำความเย็นและการปรับอากาศ เครื่องยนต์สันดาปภายใน ทฤษฎีกังหันก๊าซ


หลักสูตรวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์ (ปริญญาตรี)

คำ ว่า เมคาทรอนิกส์ หรือ mechatronics เป็นคำที่มีการริเริ่มใช้กัน ณ ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี ค. ศ.1983 เพื่อใช้กล่าวถึงศาสตร์แขนงใหม่ที่เกิดจากการผสมผสานกัน ของศาสตร์ทางด้านวิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนระบบการผลิตที่ “ทรงปัญญา (Intelligent)” ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ “ ทรงปัญญา ” เหล่านี้ได้แก่ เครื่องซักผ้า จักรเย็บผ้า กล้องถ่ายรูป กล้องวิดีทัศน์ เครื่องเล่นซีดี และเครื่องถ่ายเอกสาร เป็นต้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่บรรจุด้วยตัวตรวจรู้ (sensors) ตัวขับ (actuators) และระบบควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีความสามารถหลากหลาย ขึ้น และใช้งานได้ง่ายขึ้น นอกจากสิ่งใกล้ตัวเหล่านี้แล้ว ยังมีเครื่องมือและเครื่องจักรที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้ความรู้ทางวิศวกรรม เมคาทรอนิกส์อีกมากมาย เช่น รถยนต์ที่นับวันจะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยมากขึ้น อุปกรณ์ทางการแพทย์นานาชนิด เครื่องจักรกลการเกษตร ( เครื่องหว่านเมล็ดพืช ) เครื่องถอน - ฝากเงินอัตโนมัติ เครื่องจักรในงานเหมืองแร่ หุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติในสายการผลิต ฯลฯ อุปกรณ์ดังกล่าวข้างต้นล้วนแล้วแต่เป็นระบบเชิงกล (mechanical systems) ที่ได้รับการติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ (เพื่อการวัด ประมวลผลและสื่อสาร) คอมพิวเตอร์ (เพื่อการตัดสินใจและควบคุม) และโปรแกรม (software) เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ได้

หลัก สูตรวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์เป็นหลักสูตร 4 ปีที่ต้องเรียนวิชาร่วมในปีแรกเช่นเดียวกับสาขาอื่น ๆ ส่วนอีก 3 ปีที่เหลือ นักศึกษาจะต้องเรียนรายวิชาที่เป็นวิชาแกนของ สาขาวิศวกรรมเครื่องกลและวิศวกรรมไฟฟ้าเป็นหลัก เสริมด้วยรายวิชาของสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมอุตสาหการ

หน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตรวิศวกรรมเมคาทรอนิกส์ คือ 148 หน่วยกิต ประกอบด้วยหมวดวิชาด้านการศึกษาทั่วไป 33 หน่วยกิต หมวดวิชาเฉพาะ 109 หน่วยกิต หมวดวิชาเลือกเสรี 6 หน่วยกิต หมวดวิชาการฝึกงานและทัศนศึกษา จำนวนไม่น้อยกว่า 320 ชม .

 

งานสำหรับวิศวกรเครื่องกล

เมื่อ จบแล้ววิศวกรเครื่องกลมีโอกาสจะทำงานได้กว้างขวาง วิศวกรเครื่องกลทำงานได้ในอุตสาหกรรมทุกชนิดในโรงงานทุกประเภท วิศวกรเครื่องกลยังปฏิบัติงานได้ในโรงงาน ผลิตพลังงานไฟฟ้าทุกแบบไม่ว่าจะเป็นโรงงานใช้พลังงานความร้อนหรือพลังงานน้ำ สายการบินต่าง ๆ อุตสาหกรรมขนส่ง และการรถไฟ นอกจากนี้วิศวกรเครื่องกลยังสามารถ เข้าไปมีส่วนร่วมกับโครงการที่ใช้เทคโนโลยีสูง เช่น การพัฒนาจรวดหรืออากาศยาน ลักษณะงานของวิศวกรเครื่องกลมีหลายประเภท เช่น งานที่เกี่ยวกับออกแบบ การผลิต งานวิจัย และพัฒนา และงานควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ทางวิศวกรรม หน่วยงานที่ต้องการวิศวกรเครื่องกลได้แก่

* งานทางด้านเอกชน วิศวกรเครื่องกลเข้าทำงานกับบริษัทเอกชนได้อย่างกว้างขวาง ในอุตสาหกรรมทุกประเภท เช่น โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ โรงงานผลิตเหล็กกล้า โรงงานผลิต และประกอบเครื่องยนต์ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ บริษัทที่ผลิตและออกแบบระบบต่าง ๆ เป็นต้น
* รัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจทุกชนิดต้องการวิศวกรเครื่องกล เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การรถไฟ การปิโตรเลียม การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค องค์การขนส่งมวลชลฯ การบินไทย โรงไฟฟ้าและ เขื่อนทุกแห่ง
* ราชการ มีหน่วยราชการหลายแห่งที่ต้องการวิศวกรเครื่องกล เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมโยธาธิการ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงเกษตรฯ เป็นต้น หรือเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย


งานสำหรับวิศวกรเมคาทรอนิกส์
โอกาสในการประกอบอาชีพของผู้ที่จบสาขาวิชานี้น่าจะมีมากกว่าหลาย สาขาวิชา เนื่องจากผู้ที่จบสาขาวิชานี้จะมีความรู้ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่าง 3-4 สาขาวิชา จึงทำให้มีความได้เปรียบมากขึ้น โดยสามารถประกอบอาชีพเป็นวิศวกรทั้งในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและราชการ ซึ่งมีความจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับระบบทางเมคาทรอนิกส์อยู่แล้ว

HostingSSi